ระดับโรงแรม :
สถานที่จัดงาน :
  พิธีเช้า
  พิธีเลี้ยงฉลองสมรส
 
view all client

parnter link

wedding Guide


ขนบธรรมเนียมการแต่งกาย (ชุดไทย) รัชกาลที่ 5-6
รัชกาลที่ 5 (พ.ศ. 2411-2453)        
                                                                                   ชุดแต่งงาน ชุดไทย รัชการที่ 5 ประเพณี

             >> ในรัชกาลนี้ไทยได้มีการติดต่อกับชาวต่างประเทศ มากขึ้น แม้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจะได้ทรงแก้ไขขนบธรรมเนียมประเพณี บางอย่างแล้วก็ตาม แต่ยังไม่เป็นที่แพร่หลายนัก โดยเฉพาะเรื่องการแต่งกาย ทั้งที่พระองค์โปรดให้มีการประกาศสวมเสื้อเข้าเฝ้า แต่ในเวลาปกติแล้ว บรรดาขุนนาง เจ้านาย และเสนาบดียังนุ่งผ้าผืนเดียว ไม่สวมเสื้อ ด้วยยึดถือประเพณีเดิม อย่างเคร่งครัด โดยไม่คำนึงว่าล้าสมัยหรือผิดถูกอย่างไร “ข้อนี้พึงเห็นได้ในหนังสือเก่า คำสรรเสริญของพระเจ้าแผ่นดิน มักกล่าวว่า “รักษาโบราณราชประเพณีมั่นคง” หรือ “ทรงประพฤติตามโบราณราชประเพณี ในคำกลอนเรื่องพระไชยสุริยาของสุนทรภู่ ก็กล่าวถึงพวกเข้าเฝ้าเจ้าเมืองสาวัตถี “ดัดจริตผิดโบราณบ้านเมืองจึงเป็นอันตราย” ดังเช่น เซอร์ จอห์น เบาริ่ง ราชทูตอังกฤษเล่าเรื่องที่เข้ามากรุงเทพฯ ภายหลังมาอีก 3 ปี ว่าเมื่อ ไปหาสมเด็จเจ้าพระยาฯ องค์ใหญ่ครั้งแรก จัดรับอย่างเต็มยศ เห็นสมเด็จพระยาองค์ใหญ่แต่งตัวนุ่งจีบ คาดเข็มขัดเพชรแต่ตัวเปล่าไม่สวมเสื้อความที่กล่าวส่อให้เห็นต่อไปอีกว่าขุน นางผู้น้อยซึ่งเป็นบริวารอยู่ในที่นั้นก็คงไม่สวมเสื้อเหมือนกันทั้งนั้น เพราะถือว่าต้องสวมเสื้อในเวลาเข้าเฝ้า เวลาอื่นยังมีเสรีภาพที่จะรับแขกหรือไปไหนตัวเปล่าได้เหมือนอย่างเดิม”

                                                  ชุดแต่งงาน ชุดไทย รัชการที่ 5 ประเพณี

              >> การ ที่ไม่นิยมสวมเสื้อเพราะเสื้อผ้าหายากมีราคาแพงและทำความสะอาดลำบากเนื่อง จากไม่มีสบู่ใช้อย่างปัจจุบัน การทำความสะอาดต้องใช้ขี้เถ้ามาละลายน้ำซึ่งเรียกว่า ด่าง และใช้น้ำนี้มาซักผ้า น้ำด่างนี้ยังกดเสื้อผ้าให้เปื่อย ขาดง่าย ไม่ดีเหมือนใช้สบู่อย่างสมัยต่อมา ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 สบู่หายาก จึงได้มีผลิตภัณฑ์ใหม่คือ ผงซักฟอกเข้ามาแทนที่และเป็นที่นิยมใช้กันเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน

              >> พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัวทรงตระหนักดีว่า การแต่งกายดังกล่าวย่อมเป็นที่ดูหมิ่นเหยียดหยามของชาวต่างประเทศที่เข้ามา อยู่ในกรุงเทพฯ และเป็นเวลาที่จะเสด็จประพาสต่างประเทศ (สิงคโปร์และชวา) เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2413 จึงมีพระราชดำริที่จะ เปลี่ยนแปลงเครื่องแต่งกายตามแบบฝรั่ง เพื่อแสดงความเป็นอารยประเทศ ทรงกำหนดเครื่องแบบทหารและพลเรือนฝ่ายทหารมีทั้งเครื่องแบบเต็มยศและเครื่อง แบบปกติ ฝ่ายพลเรือนมีแต่เครื่องแบบเต็มยศเท่านั้นเครื่องแบบของฝ่ายพลเรือนเป็น เสื้อแพรสีกรมท่า ปักทองที่คอและข้อมือ ในเวลาปกติใช้เสื้อคอเปิด ผูกผ้าผูกคออย่างฝรั่ง ทั้งฝ่ายทหารและพลเรือนนุ่งผ้าม่วงสีกรมท่า และกำหนดให้สวมถุงเท้า รองเท้าด้วย สำหรับผ้าม่วงสีกรมท่านั้นใช้เป็นเครื่องแบบและนุ่งในเวลามีการงานแต่ครั้ง นั้น

               >> เครื่อง แต่งกายของชายไทยในสมัยต้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนี้ ได้ปรับปรุงตามแบบประเพณีนิยมสากลของชาวตะวันตกเป็นครั้งแรก แต่หลังจากเสด็จประพาสอินเดีย-พม่า ในปี พ.ศ.2414 แล้ว มีพระราชดำริว่า การสวมเสื้อนอกแบบฝรั่งซึ่งต้องมีเสื้อเชิ้ต สวมข้างในแล้วยัง มีผ้าผูกคออีกด้วยนั้น ไม่เหมาะสมกับอากาศร้อนของเมืองไทย จึงโปรดให้ดัดแปลงเป็นเสื้อนอก




ขอขอบคุณ
www.thaiweddingmall.com

ภาพประกอบ
www.thailaor.com

ReadyViVa Bookmark and Share

Wednesday, June 02, 2010 03:54
TAGS: ชุดแต่งงาน ชุดไทย รัชการที่ 5 ประเพณี

Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0